Kill the Messenger

Kill the Messenger

Kill the Messenger เป็นหนังประเภท หนังสากล มี แกรี่ เว็บบ์ ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ โดยมีนักแสดงนำอย่าง เจเรมี่ เรนเนอร์, แมรี่ อลิซาเบธ วินสเตด, ไมเคิล ชีน, ปาซ เวก้า ก่อนดูหนังเต็มเรื่อง HD เรามาอ่านเรื่องย่อและข้อมูลเพิ่มเติมของหนังเรื่องนี้หนังมีกำหนดการเข้าฉายในวันที่ 09/10/2014 ทุกโรงภาพยนตร์

N/A

หนังที่สร้างมาจากหนังสือ Dark Alliance โดยหนังเรื่อง Kill the Messenger ถูกเขียนโดย นิค เชา ดัดแปลงมาเรื่องจริงของนักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ เขาเป็นคนเดียวที่กล้าเล่นข่าวเกี่ยวกับผู้ก่อกบฏนิการากัว ที่จะมาการขนส่งโคเคนจำนวนมากมายเข้ามาในแคลิฟอร์เนีย และยังได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานชื่อดังระดับโลกอย่าง CIA (Central Intelligence Agency) ที่มารายงานมาหน่วยงานดังกล่าวได้รับผู้ประโยชน์ร่วมด้วย ยิ่งเขาสืบค้นหาความจริงลึกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกอยู่ในความเสี่ยงต่อชีวิตมากขึ้น เมื่อคนที่มีส่วนรู้เห็นยิ่งมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเขาตัดสินใจเปิดโปงการสมคบคิดนี้เขาต้องจนกับความกดดันจาก CIA และเพื่อให้ครอบครัวปลอดภัยเขาจำเป็นต้องฆ่าตัวตายหลังจากเปิดโปงแผนการดังกล่าว

 

รีวิว Kill the Messenger

อาจจะเป็นหนังที่เข้าทับกับหนังดังบ้านเราเสียหน่อย จึงทำให้ยอดรายได้และการโปรโมทน้อยลงกว่าที่เป็น โดยหนังเรื่องนี้ก็ได้นักแสดงมาดเท่ที่ฝากผลงานดังๆมาอย่างมากมาย คือ เจเรมี่ เรนเนอร์ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างดี ซึ่งครั้งนี้ เขาได้กลับมาฝากผลงานในรูปแบบของนักข่าวที่กล้าแฉเรื่องอื้อฉาวเรื่องหนึ่งของรัฐบาล และ CIA ทำให้เขาต้องโดนข่มขู่ และหมายเอาชีวิต
Kill the Messenger เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของนาย แกรี่ เว็บบ์ นักข่าวสืบสวนรางวัลพูลิทเซอร์ ที่ดันไปแฉเรื่องทุจริตยาเสพติด ของรัฐบาลนั่นเอง นำมาสู่แรงบันดาลใจของการสร้างหนังแนวสืบ และบู๊เอาตัวรอด ที่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องราวของหนังก็คือ พระเอกที่ดันเข้าไปพัวพันกับด้านมืดของรัฐบาล และค้นพบเบาะแสของการขนส่งโคเคนเข้าอเมริกาล็อตใหญ่ โดยให้ความช่วยเหลือจาก CIA เพื่อนำเอาส่วนแบ่งไปใช้สนับสนุนกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในนิการากัว โดย เว็บบ์ ได้เสี่ยงตัวเอง เข้าสมคบคิดเพื่อล้วงความลับของรัฐบาลออกมา ทำให้เขาถูกตามล่า เพื่อฆ่าปิดปาก ทั้งตัวเขาเอง และครอบครัวของเขา
หนังเรื่องนี้ จะสื่อแนวที่ดูลุค จริงจังเสียหน่อย แต่ก็มีความสนุกสนานปนอยู่ด้วย มีการชิงไหวชิงพริบ เพราะเป็นหนังแนวสืบสวนและการค้นหาความจริง มีฉากบู๊ต่อสู้ และเอาตัวรอด เพื่อหลุดพ้นจากการโดนตามล่า ทำให้ตอบโจทย์อารมณ์สะใจของคนดูได้แบบไม่ผิดหวังกันเลย การดำเนินเรื่องจะไม่ค่อยมีจุดให้น่าลุ้นเท่าไหร่นัก เพราะผู้กำกับต้องการจะสื่อให้รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีด้านดำกับด้านขาวเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่มันกลับเป็นด้านผสมจนเป็นสีเทานั้นเอง โดยถ้าคนที่ไม่ชอบหนังแนวสืบสวนหรือบู๊ จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก เพราะเป็นหนังที่สืบและตามล่ากันจนถึงแก่นเลย มีการตัดต่อที่ดี ลงตัว รวมถึงผูกเรื่องได้เข้าใจ และจัดหาสถานที่ถ่ายทำ (โลเคชั่น) ได้ยอดเยี่ยมมาก สมกับเป็นหนังแนวสืบตามล่า ชิงไหวชิงพริบในรอบปีเลยทีเดียว
คะแนนของหนังเรื่องนี้ 7/10